วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

คู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop CS4


คู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop CS4
การติดตั้งโปรแกรม Adobe Photoshop CS4
 http://project.thzaa.com/img/photoshop/cs4_setup.jpg
1.ดับเบิ้ลคลิกที่ ไอคอน My Computer แล้วเข้าที่ไดวร์ CD-Rom ที่เราได้ใส่แผ่นติดตั้ง Photoshop CS4 ไว้
2.ดับเบิลคลิกที่ Adobe Photoshop CS4 Extended
http://project.thzaa.com/img/photoshop/19-1-2554%2022-17-27.jpg
3. ก่อนที่จะเข้าไปติดตั้ง เราต้องหาเลขรหัสการติดตั้งโปรแกรมก่อน โดยทำแบบนี้
·         ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Keygen.exe
·         ให้เลือกในส่วนของ Name: เป็นชื่อของตัวเอง เช่น "Anusuk Sangubon" จากนั้นตัวโปรแกรมจะแสดง Serial โดยอัตโนมัติ ให้ Copy ตัวเลขในช่องนี้ไว้ โดยกดปุ่ม Ctrl + C หรือคลิกขวาที่ช่อง แล้วเลือก Copy
http://project.thzaa.com/img/photoshop/19-1-2554%2022-11-37.jpg
4. พอกลับมาอยู่ที่โฟลเดอร์ ./Adobe Photoshop CS4 Extended/setup แล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนติดตั้งโปรแกรม Setup.exe
5. จะแสดงหน้าต่างตรวจสอบความถูกต้องของระบบ
http://project.thzaa.com/img/photoshop/19-1-2554%2022-21-05.jpg

6. หากคุณมีการเปิดการใช้งานโปรแกรมต่างๆ อยู่ ระบบมันก็จะแจ้งให้เราปิดโปรแกรมนั้นก่อน เพราะขณะติดตั้ง อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไฟล์ในส่วนตัว Windows เอง หรืออาจจะทำให้การติดตั้งไม่สมบูรณ์ เราจึงต้องปิดโปรแกรมที่กำลังใช้งานอยู่ก่อน ก็ให้คลิกที่ปุ่ม Retry หมายถึงให้ทำการตรวจสอบใหม่อีกครั้ง (ภาพตัวอย่าง ระบบมันแจ้งเตือนว่าผมเปิดใช้งาน Fire Fox และ Adobe Dreamweaver อยู่)

http://project.thzaa.com/img/photoshop/19-1-2554%2022-24-38.jpg
7. หลังจากที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของระบบแล้ว ต่อไปจะเป็นการเลือก ชุดโปรแกรมที่จะทำการติดตั้งตามความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งในภาพนี้เราแนะนำให้ใช้ Adobe Photoshop CS4 และ Adobe Bridge CS4 เพราะส่วนที่เหลือไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก เสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม Install เพื่อเริ่มต้นการติดตั้งได้ทันที

http://project.thzaa.com/img/photoshop/19-1-2554%2022-30-21.jpg

8. การติดตั้งอาจจะใช้เวลานานพอสมควร และก็ขึ้นอยู่กับความแรงของเครื่องเราด้วย ส่วนมากเวลาในการติดตั้งจะประมาณ 10-20 นาทีเป็นอย่างช้า
9. หลังจากเสร็จสิ้นการติดตั้งแล้ว ระบบจะให้เรากรอก Serial ที่ได้เราได้ Gen จากข้อที่ 3 โดยกดปุ่ม Ctrl + V เพื่อวางโค๊ดดังกล่าว เสร็จจากนั้น กด OK ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการติดตั้งในครั้งนี้






การเริ่มต้นการใช้งานและส่วนประกอบหลักของโปรแกรม

http://project.thzaa.com/img/photoshop/cs4_main_program.jpg 




โดยทั่วไปแล้วโปรแกรมทุกโปรแกรมจะมีส่วนการทำงานหรือเรียกว่า Main Program สำหรับใช้งานและควบคุมคำสั่งต่างๆ และทุกๆ โปรแกรมส่วนมากจะมีลักษณะและรูปแบบเมนูที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจและใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น อาจจะมีบ้างที่แตกต่างจากโปรแกรมอื่น แต่โดยรวมแล้วก็มีส่วนที่คล้ายกันอยู่พอตัว
http://project.thzaa.com/img/photoshop/19-1-2554%2022-52-37.jpgก็เหมือนกับโปรแกรม Adobe Photoshop CS4 นี้เช่นกัน ก็ได้มีส่วนประกอบของโปรแกรมที่คล้ายกับโปรแกรมอื่น แต่ก็เพียงส่วนแค่คล้ายกันเท่านั้น เพราะมีเมนูและลักษณะอย่างอื่นเพิ่มเติมเข้ามาอยู่มาก(สำหรับมือใหม่ถ้าเห็นแล้ว อาจจะงงไปเลยทีเดียว) เมื่อเราเปิดโปรแกรมขึ้นมา จะแสดงหน้าต่างหลักๆ ดังรูป









หมายเลข 1 เมนูคำสั่ง(Menu Bar) เป็นชุดคำสั่งสำหรับทำงานทุกรูปแบบในการจัดการกับไฟล์ เช่น เปิด/ปิดหรือบันทึกไฟล์ ไปจนถึงคำสั่งในการตกแต่งภาพ เมนูส่วนนี้ถือว่าเป็นเมนูตายตัวเกือบทุกๆ โปรแกรมก็ว่าได้ เพราะว่าทุกๆ อย่างของการทำงานในโปรแกรม จะต้องมีเมนูนี้ เพื่อไว้เก็บคำสั่งการทำงานต่างๆ ให้กับโปรแกรม และเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายต่อผู้ใช้งานอีกด้วย ในโปรแกรม Adobe Photoshop CS4 นี้ได้มีเมนู เพิ่มขึ้นมาใหม่หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเมนูเสริมขึ้นมาอีก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น เมนู ขยายเข้า/ออก, ปรับหน้าต่างโปรแกรมให้เต็มจอหรือ Full Screen หรือ การจัดวางตำแหน่งของเอกสารหรือตำแหน่งงานที่เราจะทำนั้นเอง เป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนประกอบของเมนู ดังนี้
File - มีไว้สำหรับเปิด-ปิด และ บันทึก (Save) ไฟล์ รวมถึงการ Import, Export การสั่งการพิมพ์ เป็นต้น
Edit เป็นคำสั่งสำหรับการปรับแต่ง แก้ไข ดัดแปลง ตัดต่อ รวมถึงการปรับตั้งค่าต่างๆ (Preferences)
Image คำสั่งนี้ใช้สำหรับปรับค่าต่างๆของภาพทั้งภาพ
Layer เป็นคำสั่งในการสร้างเลเยอร์ การปรับแต่งแต่ละ เลเยอร์ รวมถึงการรวมเลเยอร์เข้าด้วยกัน
Select เป็นคำสั่งหรือจัดการกับพื้นที่ที่ต้องการทำงาน ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ร่วมกับเครื่องมือใน Tool box
Filter เป็นคำสั่งที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ มีฟิลเตอร์หลากหลายชนิดให้เลือกใช้
Analysis เป็นการกำหนดค่าของเครื่องมือที่ใช้ในการวัดขนาด
3D เป็นคำสั่งที่ใช้ในการสร้างภาพให้เป็นสามมิติ
View เป็นคำสั่งที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนมุมมอง การย่อหรือขยายขนาดของพื้นที่งาน รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและเส้น Grid ด้วย
Window คำสั่งนี้มีไว้เพื่อจัดการเกี่ยวกับพื้นที่บนหน้าจอ และการสั่งการแสดงหรือซ่อน หน้าต่าง Palette และกำหนดค่า Tool preset
Help - เป็นคำสั่งช่วยเหลือเกี่ยวกับการใช้งานต่างๆ

หมายเลข 2 ออปชันบาร์(Options Bar) เป็นส่วนที่ใช้กำหนดคุณสมบัติของเครื่องมือที่เลือกทำงานอยู่เช่น การกำหนดขนาดของหัวพู่กันในเครื่องมือสำหรับวาดภาพ ซึ่งตัวเลือกนี้จะแสดงได้ก็ตัวเมื่อ ได้มีการเลือกใช้เครื่องมือใน Tool box(จะกล่าวในข้อต่อไป) เพื่อเป็นการกำหนดตัวเลือกเพิ่มเติมให้แก่เครื่องมือนั้นๆ
 หมายเลข 3 กล่องเครื่องมือ(Toolbox) คือ กล่องที่โปรแกรมใช้เก็บเครื่องมือสำหรับตกแต่งภาพเอาไว้ โดยเครื่องมือในกล่องนี้จะถูกแยกออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะการทำงาน เช่น ดินสอ พู่กัน หรืองยางลบ เป็นต้น ซึ่งกล่องเครื่องมือนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น ขาดไม่ได้ และถูกใช้งานบ่อยที่สุด โดยทั่วไปแล้ว กล่องเครื่องมือนี้จะมีส่วนคล้ายกับรุ่นก่อนหน้านี้พอสมควร และในกรณีที่เกิดการบดบังพื้นที่งาน ลูกศรคู่ด้านซ้ายมือของแถบสีดำนี้มีไว้เพื่อเปลี่ยนการแสดงปุ่มเครื่องมือ จากแถวคู่ให้เป็นแถวเรียงเดี่ยว เพื่อเพิ่มพื้นที่หน้าต่างให้กว้างขึ้น การเลือกใช้เครื่องมือชนิดต่างๆก็ทำด้วยการคลิกที่ปุ่มนั้นๆ ส่วนลูกศรสีดำเล็กๆตรงมุมขวาด้านล่างของปุ่มเครื่องมือจะมีเครื่องมือต่าง ชนิดซ่อนอยู่ การเรียกใช้ก็คลิกเมาส์ที่ลูกศรค้างไว้แล้วเลื่อนเม้าไปเลือกเครื่องมือที่ ต้องการแล้วปล่อยเมาส์ เครื่องมือบางชนิดต้องใช้ควบคู่ไปกับคีบอร์ดด้วยถึงจะใช้งานได้ เช่น Clone stamp tool ต้องใช้คู่กับ Alt เป็นต้น
 หมายเลข 4 พื้นที่การทำงานและกระดาษวาดภาพ(Canvas) ในตอนเริ่มต้นจะเป็นพื้นที่ว่างๆ ต้องใช้คำสั่งเปิดภาพขึ้นมาก่อน หลังจากเปิดภาพขึ้นมาแล้ว บริเวณนี้จะกลายเป็นพื้นที่สำหรับตกแต่งภาพภาพที่เลือกเปิดจะมาปรากฏ บนกระดานวาดภาพและสามารถย้ายตำแหน่งไปมาหรือขยายภาพให้ใหญ่ขึ้นภายในพื้นที่ทำงานได้
 หมายเลข 5 ชุดพาเลท(Palettes) คือ กลุ่มของหน้าต่างที่ช่วยควบคุมรายละเอียดปลีกย่อยในขั้นตอนการทำงาน เช่น พาเลท History ที่ช่วยบันทึกขั้นตอนการตกแต่งภาพเอาไว้สำหรับกลับมาแก้ไข หรือพาเลท Navigator สำหรับควบคุมการซูมภาพ ตรงส่วนนี้เราสามารถที่จะเพิ่ม/ลบ พาเลทได้ที่ เมนูบาร์ ในชื่อ Windows แล้วให้ติ๊กเลือกตามความต้องการว่า จะให้แสดงพาเลทใดบ้าง เช่น พาเลทของฟอนต์หรือแบบอักษร พาเลทภาพสามมิต พาเลทแอคชันและอื่นๆ เป็นต้น การเปิด Palette ใหม่ก็ด้วยการคลิกคำสั่ง Window ที่ Menu bar แล้วเลือกเปิด Pallet ที่ต้องการ Palette ใหม่จะไม่รวมกลุ่มกับของที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าอยากจัดเก็บให้เข้ากลุ่มก็ทำได้ด้วยการ คลิกที่ Tab ของหัวข้อ แล้วลากไปวางไว้ในกลุ่มที่มีอยู่ก่อนแล้วจึงค่อยปล่อยเมาส์ การปิด Palette ใด Palette หนึ่ง ก็ให้คลิกที่ Tab ของหัวข้อ แล้วลาก Palette นั้นออกมา แล้วคลิกที่ กากบาท x ที่อยู่มุมบนขวาเพื่อทำการปิด ลูกศรคู่สีเทาบนแถบสีดำบนสุดของ Palette มีไว้เพื่อย่อให้ Palette มีขนาดเล็กลง เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการทำงาน ส่วนลูกศรสีดำหันหัวลงด้านล่างและมีขีดสี่เส้นอยู่ด้านขวามีไว้เพื่อเปิด เลือกคำสั่งการใช้งานต่างๆ ที่เป็น คำสั่งในส่วนของ Layer

ประวัติ Adobe Photoshop


http://project.thzaa.com/img/photoshop/cs4_history.jpg

อะโดบี โฟโตชอป (Adobe Photoshop) มักเรียกสั้นๆ ว่า โฟโตชอป เป็นโปรแกรมประยุกต์ที่มีความสามารถในการจัดการแก้ไขและตกแต่งรูปภาพ (photo editing and retouching) แบบแรสเตอร์ ผลิตโดยบริษัทอะโดบีซิสเต็มส์ ซึ่งผลิตโปรแกรมด้านการพิมพ์อีกหลายตัวที่ได้รับความนิยม เช่น Illustrator และ Pagemaker ปัจจุบัน โปรแกรมโฟโตชอปพัฒนามาถึง รุ่น CS4 (Creative Suite 4)
นักศึกษาปริญญาเอกจากมิชิแกนชื่อ ธอมัส โนล (Thomas Knoll) ได้สร้างซอฟต์แวร์สำหรับทำภาพสีเฉดเทาขาวดำในชื่อ "ดิสเพลย์" (Display) ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนามาเป็นโฟโต้ชอปในปัจจุบัน บริษัทอะโดบีได้พัฒนาโฟโตชอปให้สามารถใช้งานกับไมโครซอฟท์วินโดวส์ได้ ในโฟโตชอปรุ่น 2.5 หลังจากที่พัฒนารุ่นแรกสำหรับเครื่องแมคอินทอชเท่านั้น และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนกระทั่งรุ่นปัจจุบัน รุ่น CS5 ที่ใช้ออกแบบเท่านั้น

 

 

 

ความสามารถ

ตกแต่งภาพ

โปรแกรมโฟโตชอปเป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการจัดการไฟล์ข้อมูลรูปภาพ ที่มีประสิทธิภาพ การทำงานกับไฟล์ข้อมูลรูปภาพของโฟโตชอปนั้น ส่วนใหญ่จะทำงานกับไฟล์ข้อมูลรูปภาพที่จัดเก็บข้อมูลรูปภาพแบบRaster โฟโตชอปสามารถใช้ในการตกแต่งภาพเล็กน้อย เช่น ลบตาแดง, ลบรอยแตกของภาพ, ปรับแก้สี, เพิ่มสีและแสง หรือการใส่เอฟเฟกต์ให้กับรูป เช่น ทำภาพสีซีเปีย, การทำภาพโมเซค, การสร้างภาพพาโนรามาจากภาพหลายภาพต่อกัน นอกจากนี้ยังใช้ได้ในการตัดต่อภาพ และการซ้อนฉากหลังเข้ากับภาพ
โฟโตชอปสามารถทำงานกับระบบสี RGB, CMYK, Lab และ Grayscale และสามารถจัดการกับไฟล์รูปภาพที่สำคัญได้ เช่น ไฟล์นามสกุล JPG, GIF, PNG, TIF, TGA โดยไฟล์ที่โฟโตชอปจัดเก็บในรูปแบบเฉพาะของตัวโปรแกรมเอง จะใช้นามสกุลของไฟล์ว่า PSD จะสามารถจัดเก็บคุณลักษณะพิเศษของไฟล์ที่เป็นของโฟโตชอป เช่น เลเยอร์, ชันแนล, โหมดสี รวมทั้งสไลส์ ได้ครบถ้วน

สร้างโฮมเพจ

โฟโตชอปสามารถใช้ในการสร้างเว็บเพจได้โดยใช้โปรแกรมร่วมที่มาพร้อมกับโฟโตชอป ชื่อ อิมเมจเรดดี Adobe ImageReady โดยการออกแบบสามารถทำได้ในทั้งโฟโตชอปหรืออิมเมจเรดดี และความสามารถในการทำเว็บ เช่น การใส่ลิงก์, การทำภาพเคลื่อนไหว, การทำปุ่มบังคับ สามารถทำได้ในอิมเมจเรดดี้ และเซฟออกมาในรูปแบบเว็บเพจในนามสกุล HTML

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Photoshop File Format


http://project.thzaa.com/img/photoshop/cs4_file_format.jpg


ps4_unit2_file_format_00  Adobe Photoshop CS4 เป็น Software ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงที่ใช้ในการตกแต่งภาพรวมทั้งใช้ในการสร้างงานกราฟ ฟิกต่างๆ อีกมากมาย และด้วย File Format ของรูปภาพมีจุดประสงค์หรือเป้าหมายในการนำไปใช้งานที่ต่างกัน ไฟล์ที่ถูกบันทึกหรือจัดเก็บโดย Photoshop จึงมีให้เลือกบันทึกได้มากมายหลายชนิดเช่นเดียวกัน โดยที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกรูปแบบไฟล์ที่จะบันทึกและนำไปใช้งานตามความเหมาะสมของแต่ละภาพ เลือกให้เหมาะกับกับการนำไปใช้งานให้มากที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของคุณได้เป็นอย่างนี้






ระบบไฟล์ที่สามารถใช้งานกับโปรแกรม Photoshop CS4 นั้น มีมากมายหลายชนิด
และการบันทึกจัดเก็บก็สามารถจัดเก็บได้หลาย Format เช่นเดียวกัน ดังแสดงในรูป
ps4_unit2_file_format_02
 









ระบบการจัดเก็บไฟล์ของ Photoshop หลักๆ ก็มีอยู่ด้วยกันประมาณ 21 แบบหรือที่เรียกกันว่า Format โดยจะใช้อักษรย่อ 3 ตัว เช่น .JPG หรือ .TIF ประกอบชื่อไฟล์ภาพเพื่อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งานของแต่ละประเภท ที่สำคัญๆแบบหลักๆก็มีดังนี้ คือ
1) .PSD (Photoshop document) เป็น การจัดเก็บไฟล์พื้นฐานของ Photoshop ใช้บันทึกการทำงานไว้เป็นเลเยอร์ สามารถแก้ไขดัดแปลงแต่ละเลเยอร์ได้ในภายหน้า และยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติต่างๆของ Photoshop เอาไว้และไม่มีการสูญเสียข้อมูล (data lost) ของไฟล์ภาพ แต่การบันทึกด้วย ระบบนี้จะใช้เปิดดูได้เฉพาะ Photoshop เท่านั้น
2) .JPG (JPEG) Join Photographic Expert Group เป็นการบันทึกภาพแบบบีบอัดให้มีขนาดที่เล็กลง ซึ่งการบันทึกแบบนี้จึงเหมาะกับการนำไปใช้บนเว็บหรือการส่งผ่านเครือข่าย อินเตอร์เน็ต การบันทึกแบบนี้มีการสูญเสียข้อมูลบางส่วนไป
3) .TIFF (Tagged Image File) การบันทึกข้อมูลภาพแบบนี้ไม่มีการบีบอัดข้อมูลจึงเหมะกับงานพิมพ์ที่ต้องการ ความระเอียดสูง สามารถเปลี่ยนไปมาระหว่าง PC กับเครื่อง Mac ได้ ขนาดของภาพค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับการจัดเก็บภาพในรูปแบบอื่น
4) .PDF (Portable Document Format) ใช้เปิดอ่านได้ด้วยโปรแกรม Acrobat Reader จัดเก็บ ตัวอักษร รูปภาพ รูปลายเส้น ในลักษณะเป็นหน้าหนังสือ ลักษณะเอกสารเหมือนต้นฉบับ
5) .BMP เป็นการจัดเก็บไฟล์พื้นฐานของ ของ Microsoft Window เก็บข้อมูลแบบพิกเซล หรือจุดเล็กๆหลายๆ จุดประกอบกัน
6) .GIF เป็นการจัดเก็บอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมใช้กันในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
7) .RAW เป็นการจัดเก็บไฟล์ของ digital cameras และเปิดอ่านด้วยโปรแกรมที่มากับบริษัทผู้ผลิตกล้อง PS สนับสนุนเฉพาะบางไฟล์เท่านั้น ไฟล์แบบนี้จะมีขนาดใหญ่จึงเหมาะกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลง
8) .PNG เป็นรูปแบบแฟ้มภาพที่พัฒนาขึ้นมาทดแทนรูปแบบแฟ้มแบบ GIF ข้อดีคือมีความสูญเสียน้อยมากเมื่อถูกบีบอัด
และยังมีการบันทึกแบบต่างๆอีกหลานอย่าง เช่น .DCS, .PXC, .PSB, .PCT เป็นต้น


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทคนิคการตัดต่อภาพที่มีเส้นผมปลิวไสวให้เนียน!!


http://project.thzaa.com/img/trip_and_trick/trip_channels_color.jpg
 สำหรับบทความสอน เทคนิค Photoshop วันนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตัดต่อ แต่เมื่อใดที่เราเจอภาพที่มีลักษณะเส้นผมปลิวไสวนั้น
เราจะใช้ Lasso Tool ในการตัดต่อไม่ได้ เพราะว่าเส้นผมที่กระจายนั้นมีขนาดเล็กมากๆ ถ้าถึกมากใช้ Pen Tool ตัดต่อก็พอไหว (ย้ำ! ถึกมาก) แต่ผมมีวิธีในการตัดต่อรูปภาพที่ว่าดังกล่าว อาจจะไม่ง่ายมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ง่ายกว่าวิธีที่กล่าวมา แล้วเทคนิคที่ว่าทำอย่างไรไปดูกันเลย

ขั้นตอนที่ 1

เปิดรูปนางแบบที่มีผมปลิวไสวขึ้นมา ในนี้คือนางแบบ Taeyeon SNSD นั้นเอง ต่อไปให้ทำการเลือก Tab Channels ในหน้าต่าง Layers จากนั้นให้เลือก Layer ที่เมื่อเราเลือกแล้วจะทำให้สีผมนั้นดำมากที่สุด ในที่นี้คือสีฟ้า (Blue)
hair selection
Note: ภาพที่ใช้ในการสอนไม่ใช่ภาพขาวดำนะครับ แต่เมื่อเวลาเราเลือก Channels ของสีจะมีลักษณะเป็นขาวดำดังภาพเท่านั้นเอง

ขั้นตอนที่ 2

คลิกขวาที่ Channel Blue เลือก Duplicate Channels แล้วกด OK จะเป็นการ copy channel ผลที่ได้คือเราจะได้ Channel Blue เพิ่มมาอีก 1
สอน photoshop

ขั้นตอนที่ 3

กด Ctrl+L หรือไปที่ Image > Adjustments > Levels จะพบหน้าต่างของ Levels ให้ทำการปรับค่าดังภาพ
สอน photoshop
Tip: ในขั้นตอนนี้ทำเพื่อให้สีดำนั้นชัดเจนตัดกับสีขาวมากขึ้น ควรปรับพอประมาณอย่าให้ดำเกินไปหรือขาวมากไปเพราะจะมีผลต่องานที่ได้

 



ขั้นตอนที่ 4

เลือก Burn Tool และปรับค่า Range เป็น Shadows เพื่อที่จะให้ Burn Tool นั้นมีผลกับโทนสีดำ ปรับค่า Exposure 40% เพื่อให้น้ำหนักของการ Burn น้อยลง
ให้ทำการระบาย Burn Tool ไปบริเวณปลายเส้นผมทั้งหมดเพื่อให้เส้นผมนั้นดำและเข้มขึ้นตัดกับฉากหลังมากกว่าเดิม

สอน photoshop

ขั้นตอนที่ 5

เลือก Dodge Tool และปรับค่า Range เป็น Highlights เพื่อที่จะให้ Dodge Tool นั้นมีผลกับโทนสีที่สว่าง ปรับค่า Exposure 20% จากนั้นให้ทำการระบาย Dodge Tool ไปบริเวณฉากหลังที่มีโทนสีที่สว่างเพื่อให้ฉากหลังนั้นเป็นสีขาวมากขึ้นตัดกับเส้นผม (ระบายบริเวณฉากหลังที่ติดกับเส้นผมด้วย แต่อย่าระบายซ้ำๆกันมากเดี๋ยวรายละเอียดของเส้นผมจะหายไป)
สอน photoshop


ขั้นตอนที่ 6

ใช้ Brush ระบายสีดำลงไปบริเวณใบหน้า และส่วนของผมด้านใน
สอน photoshop

ขั้นตอนที่ 7

ทำการสร้าง Selection ในส่วนที่เหลือโดยใช้ Lasso Tool หรือ Pen Tool ตามแต่ถนัด (จะไม่อธิบายการใช้ Lasso Tool และ Pen Tool เพิ่มนะครับ) แล้วกด Alt+Del เพื่อลงสีดำในส่วนที่ Selection จะได้ดังรูป
สอน photoshop
Note: ในขั้นนี้ควรจะทำการ Selection ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ

ขั้นตอนที่ 8

คลิกที่เส้นประวงกลมด้านล่างเพื่อเป็นการ Load Selection ของ Blue Channel
สอน photoshop

ขั้นตอนที่ 9

คลิกที่ RGB Channel เพื่อกลับมาสู่โหมดสีสันปกติ
สอน photoshop

ขั้นตอนที่ 10

กดกลับมาทำงานที่ Tab Layers จากนั้นกด Ctrl+Shift+I หรือไปที่ Select > Inverse เพื่อ ทำการ Inverse Selection ให้ Selection มาอยู่ที่ตัวนางแบบ จากนั้นเราสามารถใช้ Move Tool ในการเคลื่อนย้ายรูปที่เราทำ Selection เสร็จแล้วไปไว้ใน Background อื่นได้เลย
สอน photoshop

สำหรับเทคนิคนี้อาจจะค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่พอสมควร เพราะต้องมีความสามารถในการ Selection ให้เนียนๆนิดหน่อย และอีกอย่างในขั้นตอนที่ทำให้สีของ background กับเส้นผมตัดกันนั้น อาจต้องใช้ประสบการณ์บ้างในการปรับค่าสี (ลองทำหลายๆที) แต่มันคงไม่ยากเกินมือเพื่อนๆหรอก


 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสริมจมูกให้สวยด้วย Photoshop กับเทคนิคง่ายๆ



ในบทความนี้ จะขอกล่าวและก็เอาใจเพื่อนๆ ที่ไม่ค่อยมีสันจมูก หรือเรียกอีกอย่างว่า "ดั้งหัก" นั้นเอง เชื่อว่าหลายๆ คนที่อยู่แถบๆ ภาคอีสาน(รวมทั้งหมดผมด้วย) ก็คงจะมีรูปลักษณ์หน้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ไม่มีใครเหมือนและก็ไม่เหมือนใครคือ "ดั้งแหมบ" หรือ ดั้งหัก บางคนถ่ายรูปไว้เยอะ และแต่ละรูปก็มีรูปเอ่อ

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมเครื่องมือศัลยกรรมจมูก

·         เปิดรูปที่ต้องการขึ้นมาโดยในที่นี้นายแบบคือ พี่หม่ำ 3 ช่า ของเรานั้นเอง
·         ไปที่ Filter > Liquify
·         เลือก Forward Wrap Tool และปรับขนาดหัวแปรงให้พอเหมาะกับจมูก ดังรูป
·         ใช้แว่นขยายซูมเข้าไปเพื่อสะดวกต่อการทำงาน


ขั้นตอนที่ 2 เริ่มตัดปีกจมูก

ใช้ Forward Wrap ลากบริเวณปีกจมูกส่วนที่ต้องการลดเข้ามา (ครั้งแรกทำอาจไม่เนียนลองทำเรื่อยๆ)

Tip: ค่อยๆลากทีละนิดนะ ไม่ใช่ลากทีเดียวทั้งปีกจมูกมันจะไม่เนียน


ขั้นตอนที่ 3 เสริมดั้งจมูก

ใช้ Forward Wrap เหมือนเดิม แต่คราวนี้ให้ทำการดึงบริเวณสันจมูกโดยดึงให้ไล่ขึ้นไปด้านบน
คำเตือน: ควรคลิกและดึงทีละนิดอย่าลากยาวเดี๋ยวจมูกจะเบลอ



ขั้นตอนที่ 4 เพิ่มแสงและเงาให้จมูกเพื่อความสมจริง

ต่อไปให้ใช้ Burn Tool และ Dodge Tool สลับกันโดยปรับค่า Exprosure ไว้ประมาณ 10-15% โดย Dodge Tool ระบายไปในส่วนที่ต้องการเพิ่มแสงและ Burn Tool ระบายไปในส่วนที่ต้องการให้มืดลง
โดยหลักการคือบริเวณสันจมูกควรจะเพิ่มแสงเพื่อให้ดูจมูกมีมิติมาก ขึ้น ส่วนบริเวณข้างๆสันจมูกควรจะลดแสงให้มืดลงเล็กน้อยเพื่อเสริมให้บริเวณสัน จมูกดูโด่งขึ้นอีก


เพียงแค่ 4 ขั้นตอนก็จบแล้วครับ สำหรับการทำจมูกให้พี่หม่ำโดยครั้งแรกๆ อาจจะยังไม่เนียน ผมก็ลองทำครั้งแรก ยังไม่เนียนเท่าที่ควร ต้องฝึกไปเรื่อยๆ ครับ เพื่อนๆ ลองฝึกสักนิดเพื่อเพิ่มความเนียนให้กับการ Retouch จมูกด้วยนะ








วิธีเซฟรูปให้พื้นหลังโปร่งใสจากโปรแกรม Photoshop



หลายคนอาจจะนึกแปลกใจว่าทำไมบางรูปภาพทำไมมันถึงเหมือนเป็นภาพโปร่งในแบบใน Photoshop แต่พอมาดูจริงๆ มันกลับยิ่งเหมือน โดยต้องการให้พื้นหลังนั้นโปร่งใสซึ่งก็เป็นทริคง่ายๆ แต่ผมจะมานำเสนอด้วยการทำ Signature หรือลายเซ็นต์ตาม Webboard แล้วกัน โดยบวกทริคการทำรูปพื้นหลังใสๆ ซึ่งวิธีการนั้นง่ายมากสำหรับบทความสอน Photoshop ครั้งนี้

ขั้นตอนที่ 1

เปิดรูปที่ต้องการขึ้นมา โดยฟรีจะใช้รูป Terror Blade (Hero ของ DotA) มาทำ Signature เพราะผมจะเอา Signature นี้ไปใส่ในเว็บบอร์ด Thaicybergames.com
·         เพื่อนๆ ต้องกดดับเบิ้ลคลิกที่ Layer Background ก่อนจากนั้นกด OK (เวลาลบพื้นหลังจะได้โปร่งใส)


โดยที่ผมต้องการนำฉากหลังส่วนบนออก โดยเหลือตัว Terrer Blade ไว้ วิธีการคือ
·         สร้าง Selection ด้วย Marquee แบบสี่เหลี่ยม ดังรูป (โดยส่วนที่ป้ายสีน้ำเงินไว้นั้นคือส่วนที่จะลบออกนั้นเอง)


·         จากนั้นใช้ Lasso Tool ลบ Selection ส่วนที่เป็นตัวของ Terror Blade ด้วยการกด Alt ค้างจากนั้นคลิกลาก Lasso Tool จะเป็นการลบ Selection โดยเมื่อลบ Selection ที่ตัวหมดแล้วจะได้ลักษณะดังรูป
·         ถ้าเพื่อนๆยังไม่เคยใช้ Lasso Tool เพื่อนๆสามารถดูวิธีการใช้ Lasso Tool ได้ในบทความการตัดต่อภาพด้วย Lasso Tool


จากนั้นกด Delete ที่คีย์บอร์ดเพื่อลบฉากหลังออก สังเกตฉากหลังจะเป็นเหมือนลายหมากรุก นั้นแหละคือรูปโปร่งใสที่ต้องการละ


ขั้นตอนที่ 2 ตกแต่งรูปหรือปรับขนาดตามต้องการ

โดยรูปนี้ผมก็ใส่ตัวอักษรลงไป ปรับขนาดและสีนิดหน่อย โดยวิธีการปรับขนาดและตกแต่งเล็กๆน้อยๆจะไม่ขอกล่าวถึงในบทความนี้นะ


ขั้นตอนที่ 3 Save ไฟล์รูปเป็น .gif หรือ .png เท่านั้น

โดยไปที่ File > Save As จากนั้นตั้งชื่อรูปตามปกติ และเลือกนามสกุลของรูปเป็น .gif หรือ .png เพียงเท่านี้เราก็จะได้รูปที่มีพื้นหลังโปร่งใส


ลองเอาไปใส่ในบอร์ดของ Thaicybergames.com ดูก็ได้ผลดังรูปละ โดยสังเกตว่าฉากหลังนั้นจะโปร่งใสอย่างที่เราตัดแล้ว








Focus ภาพแนวๆด้วยการใส่กรอบรูปลงไปในภาพด้วยเทคนิค Photoshop



บทความสอน Photoshop ครั้งนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องต่อกับการ Focus ภาพด้วย Photoshop แต่คราวนี้การโฟกัสจะมีลูกเล่นเพิ่มเข้ามาเล็กน้อย โดยเราจะใส่กรอบรูปให้ส่วนที่ต้องการนำเสนอ ซึ่งวิธีการครั้งนี้ก็เป็นการนำเทคนิคต่างๆมารวมกันโดยใส่ไอเดียเล็กน้อย
โดยนางแบบคราวนี้ส่งตรงมาจากสนามแข่งรถเลย คือ Hwang Mi Hee ซึ่งได้รับตำแหน่ง Korea Racing Queen (มาจากสนามแข่งนี้ไม่ใช่คนซ่อมรถนะ - -") อ่า..นอกเรื่องมากละไปดูิวิธีทำดีกว่า

ขั้นตอนที่ 1 สร้างกรอบรูปลงไปบนจุดที่ต้องการ Focus

โดยในรูปนี้ผมอยากให้นางแบบเด่นกว่ารถจุดโฟกัสของรูปนี้จึงเป็นที่นางแบบ
·         สร้าง Layer ขึ้นมาใหม่ก่อน 1 Layer
·         ใช้ Marquee Tool แบบสี่เหลี่ยม แล้วทำการสร้าง Selection ลงไป
·         กด Alt+Del ใส่สีลงไปใน Selection (ใส่สีอะไรก็ได้) แล้วกด Ctrl+D เพื่อยกเลิก Selection


ขั้นตอนที่ 2 Add a layer style ให้กรอบรูป

·         กดตัว F ด้านล่างหน้าต่าง Layer แล้วเลือก Storke
·         ปรับตำแหน่งของเส้นกรอบให้อยู่ด้านในโดยปรับ Position เป็น Inside
·         ปรับ Size ตามต้องการ ในที่นี้ผมใส่ไป 7 px
·         เลือกสีเส้นโดยผมเลือกสีขาว


ไปที่ Drop Shadow เพื่อเพิ่มมิติให้กรอบดูลอยขึ้นมาเล็กน้อยโดยวิธีการ คือ
·         ปรับค่าองศาของเงาลงไปตามต้องการในที่นี้ผมปรับเป็น 136
·         ปรับระยะของเงาจากกรอบรูปโดยผมปรับเป็น 3
·         ปรับขนาดของเงาโดยในที่นี้ผมปรับเป็น 5
จากนั้นกด OK (เพื่อนๆสามารถปรับค่าตามที่ต้องการได้เองนะครับ)


ขั้นตอนที่ 3

ลบสีในกรอบออกโดยปรับค่า Fill ของ Layer นี้ให้เป็น 0% บริเวณตรงกลางกรอบรูปก็จะโปร่งใส่ จากนั้นกด Ctrl+T หรือไปที่ Edit > Free Tranform จากนั้นทำการหมุนรูปหรือปรับขนาดกรอบตามต้องการแล้วกด Enter เพื่อตกลงการปรับขนาด


ขั้นตอนที่ 4 ทำจุด Focus ให้เด่น เด้งขึ้นมาจากรูป

·         กด Ctrl ค้างและคลิกที่ Layer 1 เพื่อ Load Selection
·         กด Ctrl+Shift+I หรือไปที่ Select > Inverse เพื่อกลับ Selection
·         คลิกที่ Layer Background แล้วไปที่ Filter > Blur > Gaussian Blur
·         ปรับให้ฉากหลังเบลอตามต้องการ ในที่นี้ผมปรับเป็น 2.0 pixels


สำหรับขั้นตอนนี้ก็เสร็จละ แต่ผมต้องการอยากให้ฉากหลังเป็นโทนสีเหลืองๆ จึงไปที่ Image > Adjustments > Photo Filter โดยปรับค่า Filter เป็น Warming Filter (81) และปรับความเข้มของสี (Density) เป็น 50% แล้วกด OK (Photo Filter ยังสามารถทำภาพ Sepia แบบง่ายๆได้ด้วยนะ)










วิธีใส่หนวดเคราด้วย Photoshop แบบเนียนๆ



ว่ากันว่า คนที่มีหนวดมีเครานั้น เป็นคนที่เข้ม สุขุม นิสัยขรึมและน่าเกรงขาม อันนี้ได้ยินเขาพูดมา ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า แต่ถ้าให้ถามความรู้สึกผม ผมก็คงว่าอย่างนั้นล่ะ เพราะคนมีหนวด หน้าก็จะเข้มอยู่แล้ว อันนี้เริ่มนอกเรื่องแล้ว
เรื่องของเรื่องก็คือ หนุ่มๆ คนไหนที่ตัวเองเป็นคนหน้าหวานๆ ประมาณว่า หล่อใส ไร้สิวน่ะนะ ซึ่งอยากจะทำให้หน้าตัวเองดูเข้มขรึม น่าเกรงขาม วันนี้ผมเลยมีเทคนิคพิเศษมาแนะนำเพื่อนๆ ชาวเทคโนฯ รักไทย สิรินธร ได้ลองฝึกทำดูนะครับ นายแบบเราจะเป็นพี่โตโน่ เดอะสตาร์ครับ(สาวๆ กรี๊ด) คุณเธอว์หล่อแบบใสๆ นะครับ

ขั้นตอนที่ 1 กระชับพื้นที่บริเวณที่ต้องการให้หนวดเคราขึ้น

·         เปิดรูปขึ้นมา ฟรีเปิดรูปโตโน่ ใน เดอะ มิวสิคัล หงส์เหนือมังกร (ท่าทางให้น่ามีหนวดเครามาก ฮ่าๆ)
·         ใช้ Brush ปรับขนาดพอเหมาะ Hardness 0%
·         เลือกสีเทา (#999999)
·         สร้าง Layer ขึ้นมาใหม่ 1 Layer
·         ระบายลงบนส่วนที่ต้องการให้หนวดเคราขึ้น ดังรูป


ขั้นตอนที่ 2 ใช้คำสั่งใน Photoshop เริ่มทำหนวดเครา

·         ไปที่ Filter > Noise > Add Noise
·         ปรับค่า Amount ประมาณ 7% หรือตามแต่เหมาะสม
·         ปรับ Distribution เป็น Gaussian
·         ติ๊กถูกที่ Monochromatic
·         กด OK


ขั้นตอนที่ 3 ใช้ Photoshop ทำหนวดเคราต่ออีกนิด

ใช้ Marquee Tool แบบวงกลมสร้าง Selection โดยให้จุดศูนย์กลางของ Selection อยู่บริเวณจุดกึ่งกลางของใบหน้า โดยรูปนี้คือบริเวณปาก


·         ไปที่ Filter > Blur > Radial Blur
·         ปรับค่า Amount ประมาณ 5 หรือมากกว่านี้ ตามแต่เหมาะสม
·         ติ๊กที่ Zoom
·         ติ๊กที่ Draft
·         กด OK
·         กด Ctrl+D เพื่อยกเลิก Selection


ขั้นตอนที่ 4 เริ่มใช้ Photoshop ให้เหมือนหนวดเคราจริงๆละ

ปรับโหมดของ Layer หนวดเครานี้เป็น Hard Light (ตอนนี้ยังไม่เสร็จนะครับเพราะหนวดจะขาวอยู่)


กด Ctrl+M หรือไปที่ Image > Adjustments > Curves
ปรับเส้น Curves เลื่อนลงมาสักเล็กน้อยพอประมาณ ยิ่งเลื่อนลงมาหนวดยิ่งเข้ม


ทีนี้เราจะได้เคราอย่างที่ต้องการละ แต่!! เพื่อความเนียนถ้าอยากให้หนวดเคราออกสีเขียวๆเหมือนจริงให้เพื่อนๆ ทำอีกสัก Step ต่อไปนี้
·         กด Ctrl+B หรือไปที่ Image > Adjustments > Color Balance
·         ปรับแถบ Magenta - Green โดยให้ไปทาง Green สักเล็กน้อยประมาณ 4-6
·         กด OK


เก็บรายละเอียดอีกสักเล็กน้อย โดยการใช้ยางลบลบหนวดเคราส่วนที่เกินออกมาก็เสร็จแล้วครับ โตโน่มาดเข้มแบบตี๋ใหญ่ ถ้าอยากได้หนวดเคราที่เข้มกว่านี้ก็ลองปรับ Curve ให้มากกว่าเดิมนะ





การทำโลโก้ของเว็บโปรเจคต์นี้



หลายท่าน และหลายๆ คนอาจจะอยากทราบวิธีการทำโลโก้ของเว็บโปรเจคต์ผมนี้ เขาทำกันยังไง ที่จริงมันก็ไม่ใช่ความลง ความลับอะไรหรอกครับ ผมก็ตั้งหัวข้อให้มันน่าสนใจและดึงดูดคนเข้ามาอ่านแค่นั้นล่ะครับ ที่จริงหลายๆ คนอาจจะทำเป็นแล้ว ก็ไม่ว่ากัน ส่วนท่านใดที่อยากทำแบบนี้บ้าง ผมจัดให้ครับ
ทริปนี้ จะนำเสนอทั้ง 2 แบบเลยครับ คือ การทำข้อความนีออนและการทำข้อความสะท้อนเงา(เงาในน้ำน่ะครับ) เทคนิคนี้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ครับ แต่ก็ไม่ถึงกับง่ายเกินไป อยากให้ลองทำดูครับ ว่าแต่ละอันที่เขาออกแบบกันนั้นมันยากและใช้เวลานานเท่าไหร่

สูตรลับ การออกแบบโลโก้

1. เปิดสร้างหน้าเปล่าขึ้นมาใหม่ กำหนดความกว้าง ความสูงของภาพตามต้องการครับในที่นี้ ให้เลือก Background Contets เป็น Transparent หรือภาพโปร่งใสนั้นเอง


2. สร้างเลเยอร์ขึ้นมาใหม่หนึ่งอัน แล้วจากนั้นเติมสีพื้นหลังเป็นสีน้ำเงิน เพื่อให้เราสามารถเห็นข้อความที่เราจะพิมพ์ได้ โดยวิธีการเติมสีพื้นหลังก็ให้คลิกที่สีน้ำเงินในพาเลทที่ชื่อว่า Swatches แล้วกดปุ่มคีย์บอร์ด Alt + Delete


3. คลิกเลือก ที่กล่องเครื่องมือ แล้วพิมพ์ข้อความลงไป ตามความต้องการ กำหนดสีอักษรเป็นสีขาวครับ


4. คลิกที่ Layer ที่เราได้พิมพ์ข้อความลงไป ซึ่งในตัวอย่างนี้คือ Layer Adobe Photoshop แล้วเลือก Add a layer style เลือก Blending Option


5. จะแสดงหน้าต่าง Layer Syle ให้เราเลือกเมนู Outer Glow ปรับแต่งค่าด้านล่างนี้ ส่วนสีฟ้านั้นรหัส คือ #3ed0f4 ครับ


6. อย่าพึ่งปิดหน้าต่าง Layer Style นะครับ ให้ไปที่เมนู Inner Glow ต่อกันเลย แล้วปรับแต่งค่าด้านล่างนี้ หากไม่มั่นใจเราก็ดูการเปลี่ยนแปลงข้อความได้ครับ


7. หลังจากกำหนดค่าเสร็จ ก็จะได้เป็นดังภาพ ซึ่งในตัวอย่างจะใส่ Pattern Overlay ลงไปด้วย แต่ในบทความนี้ผมจะไม่ขอกล่าวครับ เพราะมันยาวมาก แต่พอเป็นกรณีศึกษาได้


8. กดปุ่ม Alt ค้างไว้ แล้วคลิกเมาส์ลากข้อความ เลื่อนลงมาข้างล่าง เพื่อเริ่มทำภาพสะท้อนเงา


9. กดปุ่ม Ctrl + T เพื่อกลับข้อความให้เป็นตรงกันข้าม หรือเหมือนเป็นรูปเงาน่ะครับ(พอจะนึกภาพออกไหม?) แล้วปรับค่าตรงความสูงหรือ H ให้เป็น -100%


10. เลื่อนข้อความที่เราคัดลอกและทำการกลับค่าความสูงตะกี้ ให้ชิดกับข้อความด้านบน โดยกดปุ่มลูกศรชี้ลง บนคีย์บอร์ดของคุณ แล้วกด Enter หลังจากจัดตำแหน่งได้เหมาะสมแล้ว


11. คลิกที่คำสั่ง Eraser Tool แล้วกำหนดหัวแปรงขนาดประมาณ 30-36px จากนั้นกดปุ่ม Shift ค้างไว้ โดยลากลบไปในแนวทางจากซ้ายไปขอคุณ โปรแกรมมันแจ้งเตือนถามให้เราตอบ Yes แล้วดำเนินการลบต่อ


12. ทำซ้ำในข้อที่ 11 จดกว่าจะลบได้แล้วออกมาในรูปแบบนี้


แค่นี้เป็นการเสร็จสิ้น สำหรับการทำข้อความสะท้อนเงา จากนั้นเราก็ตกแต่ง เติม หรือเพิ่มข้อความ ภาพ ต่างๆ ลงไปตามใจชอบครับ หากเราจะนำไปใช้งาน ก็ให้ปิดการใช้งานเลเยอร์สีน้ำเงินก่อนครับ โดยคลิกที่รูปตา ในเลเยอร์ สีน้ำเงิน แล้วก็กดบันทึกภาพ เพื่อนำไปใช้ในโอกาสต่อไป


บทความนี้เป็นแนวทางกรณีศึกษาเท่านั้นนะครับ แต่ก็สามารถนำไปประยุกต์และพัฒนาต่อได้ดังรูปด้านล่างนี้